[Fiction KHR] | TEMPT | [Colonello x Lambo]-3.1-
posted on 25 Oct 2009 21:45 by snowdome in Fiction
ก่อนอ่าน ต้องกด F5 ก่อนนะจ๊ะ!
(แบ็คกราวน์ราบเรียบมาก..ขี้เกียจทำสุดๆ อ่ะ)
| TEMPT | - Third Lure -
Colonnello & Lambo
3nd - " Allure in Tabooed Sweets "
.
.
.
.
“โทรศัพท์ของเธออยู่กับฉัน...เย็นนี้มาที่ร้านเดิมด้วยล่ะ”
เพราะคำพูดประโยคนั้นเพียงประโยคเดียวทำให้เขาต้องใช้เวลาในช่วงกลางคืนอีกวัน แรมโบ้เหลือบตามองคนที่นั่งอยู่ข้างกันด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เพราะหลังจากที่โทรศัพท์นั้นถูกตัดสายอย่างรวดเร็วเหมือนแค่จะบอกให้ยามาโมโตะรับรู้เท่านั้น ไม่มีการคัดค้านหรือโต้เถียง ยามาโมโตะก็เสมือนตกอยู่ในโลกส่วนตัว
ตลอดเวลาหลังจากนั้น ยามาโมโตะก็ไม่พูดไม่จา เฝ้ามองดูนาฬิกาสลับกับมองไม้เบสบอลเหมือนจะรอเวลาที่จะไปยกพวกตีกับใครบางคนอย่างไรอย่างนั้น แรมโบ้ที่ทีแรกตั้งใจจะมาระบายอารมณ์ ปรับความรู้สึกกับรุ่นพี่ร่างสูงก็กลายเป็นใบ้ตามไปด้วย พอครั้นใกล้ถึงเวลานัด รุ่นพี่ร่างสูงก็เอาแต่จะไล่เขากลับบ้านลูกเดียว แต่เขาก็ดื้อแพ่งตั้งใจจะไปด้วย เขาไม่มีทางปล่อยให้คนที่กำลังมีไข้อ่อนๆ ไปผจญชะตากรรมคนเดียวหรอก
ถึงแม้จะแค่รับมือถือจากคนที่เก็บได้เท่านั้นก็ตามที...แต่มันน่าห่วงน้อยเสียเมื่อไร
“คุณยามาโมโตะครับ...” เสียงเรียกแผ่วเบาเหมือนไม่ค่อยมั่นใจทำให้คนที่กำลังนั่งเหม่อลอยมองทิวทัศน์ที่เคลื่อนตัวไปด้านหลังเหมือนแผ่นฟิล์มเก่าๆ ต้องสะดุ้งโหยง ยามาโมโตะหันมายิ้มแหยให้คนเรียก
“มีอะไรเหรอแรมโบ้” แล้วจู่ๆ สองมือบอบบางก็ยื่นมาจับแก้มของยามาโมโตะ แล้วก็ดึงออกเพื่อบังคับให้เขายิ้ม “ทำ...อา...รายนะ...”
“ยิ้มหน่อยสิครับ...นะ” น้ำเสียงออดอ้อนตามประสาเด็กที่อยากได้ในสิ่งที่ต้องการ แรมโบ้เผยอเรียวปากยิ้ม...ยิ้มหวานจนทำให้คนที่นั่งนิ่งอยู่นั้นรู้สึกแปลกๆ จนต้อง...
เผลอยิ้มตาม
แปะ!
เสียงปรบมือทำให้ยามาโมโตะสะดุ้งโหยงอย่างตกใจ แล้วก็พบว่าคนที่ปรบมือนั้นไม่ใช่ใครอื่นเลยแต่เป็นแรมโบ้เองนั่นแหละ หนุ่มร่างบางฉีกยิ้มกว้างกว่าเก่าอย่างพึงใจก็พอดีกับที่รถแท็กซี่จอดหน้าผับแห่งหนึ่งอันเป็นจุดหมายปลายทางของพวกเขา
“ยิ้มไว้นะครับ คุณยามาโมโตะนะเหมาะกับรอยยิ้มมากกว่าหน้าบึ้งตึง...เอาล่ะ ไปกันเถอะฮะ” หลังจากยื่นธนบัตรให้คนขับไปเป็นที่เรียบร้อย แรมโบ้ก็คว้ามือใหญ่ของยามาโมโตะมาถือไว้ก่อนจะลากลงจากรถไปด้วยกัน
หลังจากที่เท้าแตะพื้น รถแท็กซี่แล่นออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยามาโมโตะก็เหลือบมองใบหน้าด้านข้างของเพื่อนรุ่นน้องด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย แต่ที่เด่นชัดที่สุดเห็นจะเป็นความรู้สึกขอบใจ เขาพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ จากนั้นจึงฉีกยิ้มในแบบที่แรมโบ้ชอบและมอบให้ร่างบาง พร้อมกับโอบไหล่กอดคอร่างบางให้เข้ามาใกล้ชิดแล้วก้มลงไปกระซิบคลอเคลียที่ข้างหู
“ขอบใจนะ...น้องรัก” แล้วริมฝีปากอุ่นก็เคลื่อนไปประทับบนแก้มเนียนให้แรมโบ้เบิกตาโต
ร่างบางรีบผละตัวออก พร้อมยกมือขึ้นปิดแก้มข้างที่ถูกขโมยจูบไปด้วยสีหน้าแดงระเรื่อ ไม่ใช่ว่าไม่เคยเล่นกันแบบนี้ แต่สำหรับที่นี้...ตอนนี้...คนมันอยู่น้อยซะเมื่อไรล่ะ!
ยามาโมโตะหัวเราะร่าอย่างสบายใจ อยู่กับรุ่นน้องคนนี้ทีไรความรู้สึกผ่อนคลายมักจะถูกปรนเปรอให้ทุกครั้งไป นั่นคือหนึ่งเหตุผลที่เขาชอบไปไหนมาไหนกับแรมโบ้ จนบางครั้งก็โดนเพื่อนแซวว่าคบกันอยู่บ้างล่ะ หรือกระทั่งแฟนเก่าก็ยังเคยเข้าใจผิดจนไปทำให้ร่างบางเดือดร้อนก็แล้วก็เคยมี แต่นั่นก็ประกอบกับหน้าหวานๆ ของแรมโบ้และท่วงท่าการวางตัวที่เหมือนเด็กๆ แต่กลับดูยั่วยวนอย่างบอกไม่ถูกเลยทำให้ใครหลายคนเข้าใจผิด
“อย่าเล่นแบบนี้สิครับ!” แรมโบ้ต่อว่าทั้งที่หน้ายังคงสีแดงไว้ คิ้วเรียวขมวดมุ่น
“อายอะไรล่ะ ทำกันออกบ่อยไป” ยิ่งยามาโมโตะเอ่ยปากแซว ก็ยิ่งทำให้ใบหน้าของแรมโบ้ร้อนผ่าวมากขึ้น ร่างบางพองลมไว้ในแก้มอย่างเด็กที่ถูกขัดใจ ยังผลให้ยามาโมโตะยิ้มแย้มจนตาปิดอย่างถูกใจก่อนจะกระชับอ้อมแขนแล้วกึ่งบังคับให้ร่างบางเดินเข้าร้านไปด้วยกัน
การกระทำที่เสมือนจะเป็นคนรักกันของทั้งสองอยู่ในคลองสายตาของใครหลายคน และหนึ่งในนั้นก็คือโคโรเนโร่
ชายหนุ่มผมทองจัดการคาดผมตัวเองด้วยแถบผ้าลายทหารพราน เขามองภาพเมื่อครู่แล้วผิวปากอย่างแผ่วเบา ดูภายนอกอาจเป็นภาพสบายอารมณ์ตามแบบฉบับของตัวเขา แต่ในใจนั้นเล่า...โคโรเนโร่ไม่รู้เลยว่าความรู้สึกร้อนรุ่มที่สุมอยู่ในอกนั้นมันคืออะไร
แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้คือ เขากำลังโกรธ...โกรธที่สเต็กวัวที่เขาจองไว้หมายจะลิ้มลองถูกเด็กเก็บของเพื่อนสนิทชิมไปต่อหน้าต่อตา!
ภายในผับก็ยังคงเหมือนเดิม คับคั่งไปด้วยผู้คน แสงสีและเสียงอัดแน่นอยู่ภายในประหนึ่งว่าแม้โลกจะถึงกาลอวสาน เหล่าผู้คนที่อยู่ภายในผับก็ไม่สามารถจะรับรู้ได้เลย
ยิ่งก้าวไปลึกมากขึ้นเท่าไร อ้อมแขนที่โอบไหล่ของแรมโบ้ไว้ก็ยิ่งรัดแน่นมากขึ้นเท่านั้น ร่างบางรู้สึกเหมือนตั้งแต่ที่พวกเขาย่างเท้าก้าวเข้ามา แรงเบียดเสียดรอบข้างก็เหมือนจะจงใจเพิ่มมากขึ้น บางครั้งเขาก็ต้องสะดุ้งเมื่อรู้สึกเหมือนถูกมือปริศนาของใครสักคนในฝูงชนลูบเข้าที่สะโพก หรือบางครั้งก็จงใจให้ต่ำกว่านั้น ทำให้เขาต้องรีบเร่งฝีเท้าไปอยู่ตรงหน้าเคาเตอร์ที่เดิมที่เมื่อวานเขาเคยนั่ง
แตกต่างจากยามาโมโตะที่เหมือนจะพยายามชะลอเวลาที่จะไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเคาเตอร์ให้นานที่สุด แม้จะอ้างว่าคอยระวังหลังกันพวกโรคจิตชอบลวนลามให้แรมโบ้ แต่ความจริงคือ เขากลัวที่จะเผชิญหน้ากับบาร์เทนเดอร์คนนั้น...แม้ในความกลัวนั้นจะแฝงเร้นความโกรธที่เหมือนจะฆ่าคนได้ไว้ด้วยก็เถอะ
“โอย ทำไมวันนี้คนถึงได้เยอะนัก” แรมโบ้ปาดเหงื่อ เดินเข้าผับไม่ถึงห้านาที ร่างกายของเขาก็ถูกชโลมไปด้วยหยาดเหงื่อที่บางทีอาจจะไม่ใช่ของเขาคนเดียว...ร่างบางกระถดกายหลบให้ยามาโมโตะได้เดินแทรกผู้คนเข้ามายืนคร่อมเขาไว้จากด้านหลังได้
“นั้นสินะ...” ยามาโมโตะรู้ได้เลยว่าเสียงของตนตอนนี้แหบแห้งเพียงใด เขาพยายามถอนหายใจเพื่อลดความประหม่า “ถ้าอย่างนั้น รับมือถือเสร็จแล้วรีบออกไปกันเถอะนะ”
เมื่อเห็นว่าเพื่อนรุ่นน้องพยักหน้ารับหงึกๆ เขาก็รวบเอวบางไว้หลวมๆ ก่อนจะก้มลงสูดกลิ่นกายหอมหวานของแรมโบ้เพื่อเพิ่มความมั่นใจ และเมื่อได้ยินเสียงของร่างในอ้อมกอดเอ่ยสั่งเครื่องดื่ม ร่างของเขาก็เกร็งกระตุกขึ้นมาโดยพลัน ยามาโมโตะพยายามฝืนช้อนตาขึ้นมองก่อนที่จะต้องกลั้นหายใจเมื่อเห็นใบหน้าคมคายที่เขาไม่มีวันลืม
“โปรดรอสักครู่นะครับ”
รีบอร์นรับออเดอร์จากแรมโบ้เรียบๆ ก่อนจะหันไปยิ้มให้คนที่แอบมองตนอยู่ด้านหลังอย่างเจ้าเล่ห์ ยามาโมโตะได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของตน และความรู้สึกอุ่นร้อนเกรี้ยวกราดตรงฝ่ามือทั้งสองข้างที่ประสานไว้ที่เอวคอดของแรมโบ้ แม้จะกลัวแต่ก็ไม่หลบตา การกระทำนั้นยิ่งทำให้คนถูกจ้องเหมือนอริศัตรูนั้นถูกใจมากขึ้น
นัยน์ตาสีมรกตเหลือบมองใบหน้ารุ่นพี่ที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังอย่างแปลกใจ ปกติยามาโมโตะไม่เคยทำหน้าเคร่งเครียดแบบนี้ แต่นี่...ถึงกับมองบาร์เทนเดอร์หนุ่มแบบสุนัขที่พร้อมจะแยกเขี้ยวกัดแบบนั้น ช่างเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์น่าดู
ในขณะที่คิดจะหันไปมองหน้าบาร์เทนเดอร์หนุ่ม เขาก็ต้องเบิกตากว้างกับลีลาการทำเครื่องดื่มของคนตรงหน้า มันช่างนุ่มนวลแต่ก็ดูร้อนแรงในที ท่วงท่าการเขย่าเชคเกอร์ก็หาใครเหมือน แรมโบ้พนันได้เลยว่าไม่เคยเจอใครที่ผสมเครื่องดื่มได้น่าดูเท่านี้อีกแล้ว
และเพียงแค่กะพริบตาบลัดดี้ แมรี่ที่เขาสั่งก็ถูกเสิร์ฟลงตรงหน้าอย่างสวยงาม แรมโบ้ก้มดูเครื่องดื่มสีแดงส้มสดใสที่ประดับด้วยมะนาวซีกพร้อมปากที่เผยอกว้างอย่างตกตะลึง มันแวววาวสวยงามชวนจับตาอย่างบอกไม่ถูก แล้วร่างบางก็หลุดเสียงร้องว้าวออกมาอย่างอดไม่อยู่
“สุดยอดไปเลย คุณยามาโมโตะดูสิ ผมไม่เคยเห็นบลัดดี้ แมรี่ที่ส่องประกายสวยขนาดนี้มาก่อนเลย ปกติมันจะออกขุ่นๆ แต่นี่...คุณทำได้ยังไงกันครับเนี่ย” แรมโบ้พูดอย่างกระตือรือร้นเหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่
“อะ...อื้อ” ยามาโมโตะตอบรับด้วยเสียงแผ่วเบาในลำคอ เขาก็ตกตะลึงกับภาพการผสมเครื่องดื่มที่แสนจะตื่นตาตื่นใจตรงหน้าไปเหมือนกัน มันเป็นลีลาที่ชวนให้หน้าแดงเสียจริง เหมือนกับตกอยู่ในห้วงภวังค์ร้อนแรงของกามรมณ์ แลกเปลี่ยนรสราคะอย่างไม่รู้จักพอ...ร่างสูงรีบส่ายหน้าดึงสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับคืน
“แล้วของคุณยามาโมโตะจะเอาอะไรล่ะครับ” แรมโบ้หันมาถาม พลันก็เห็นใบหน้าแดงระเรื่อของอีกฝ่ายจนชวนให้นึกห่วง ด้วยคิดว่าร่างสูงคงจะไข้ขึ้นจึงรีบยกมือขึ้นแตะหน้าผากวัดความร้อนทันที
“อะ...ฉันไม่เป็นไร...” ยามาโมโตะกุมมือของแรมโบ้ไว้แล้วดึงลง ก่อนจะแย้มยิ้มเอื่อยๆ ให้ร่างบางคลายใจ “เอาเป็นว่า ฉันกินแก้วเดียวกับนายเลยแล้วกันนะ เดี๋ยวก็จะกลับกันแล้วนี่นา”
ได้ยินดังนั้นแรมโบ้ก็เลิกคิ้วขึ้นสูง แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยถาม ยามาโมโตะก็ดันให้เขาผละออกจากหน้าเคาเตอร์พร้อมถ้อยคำบังคับ “ตอนนี้นายไปเข้าห้องน้ำก่อนได้ไหม” การเดินไปห้องน้ำมันไม่ได้ลำบากยากเย็นสำหรับแรมโบ้เลยสักนิด แต่เขาไม่มีเหตุผลที่จะต้องไปนี่นา ปวดหนักปวดเบาก็ระบายมาแล้วทั้งนั้น ร่างบางถอนหายใจหนัก มองบลัดดี้ แมรี่ตาละห้อยก่อนจะยอมเดินไปห้องน้ำตามคำสั่งเพื่อนรุ่นพี่แม้จะยังไม่รู้เหตุผลก็ตาม
ยามาโมโตะลอบมองแผ่นหลังบอบบางที่เลือนหายไปท่ามกลางฝูงชนของแรมโบ้แล้วก็ถอนหายใจ ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับบาร์เทนเดอร์หนุ่ม แล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อพบว่าดวงตาสีรัตติกาลที่ดุดันนั้นมองตนอยู่ก่อนแล้ว
ปฏิกิริยานั้น ทำให้รีบอร์นมอบยิ้มเย็นเยือกพร้อมเพียวมอลท์แก้วใหม่ให้ยามาโมโตะ
หนุ่มนักกีฬาเหลือบมองเพียวมอลท์ด้วยสายตาที่คิดว่าเย็นชาที่สุด ก่อนจะเบือนหน้าหนีราวกับไม่แยแสยิ่งเรียกรอยยิ้มให้กว้างมากขึ้นบนใบหน้าของบาร์เทนเดอร์หนุ่ม
“ผมไม่ได้ต้องการเพียวมอลท์ของคุณ...แต่ต้องการมือถือคืน”
ราวกับจะท้าทาย...ทั้งดวงตา น้ำเสียงและการกระทำ ทั้งๆ ที่หากมีใครมาทำกิริยาแบบนี้กับเขาคงได้ลงไปนอนวัดพื้นเลือดอาบไปแล้ว แต่กับเด็กหนุ่มคนนี้...ช่างน่าสนใจชวนให้ค้นหาเสียจริง เหมือนเป็นเกม...บาร์เทนเดอร์หนุ่มลอบคิดพลางกดปีกหมวกให้ต่ำลง เพื่อให้เงามืดนั้นซ่อนรอยยิ้มของตนจากสายตาของอีกคน
“น่าเสียดายนะ...ที่ตอนนี้ฉันไม่ว่างจะหยิบมันให้เธอ” รีบอร์นตอบกลับด้วยน้ำเสียงยียวน
“แล้วจะหยิบให้ได้เมื่อไร” หมดแล้ว ถ้อยคำสุภาพที่มักจะปรากฏทุกครั้งยามคุยกับคนที่อาวุโสกว่า ตอนนี้เขามีเพียงแต่สายตาที่เย็นเยียบและดุดันให้รู้ว่าโกรธเกลียดคนตรงหน้ามากแค่ไหน ซึ่งบาร์เทนเดอร์หนุ่มก็แค่เพียงยิ้มรับอย่างไม่รู้สึกรู้สา แล้วตอบคำถามที่แทบจะทำให้ยามาโมโตะถลาเข้าไปบีบคอ
“ก็คงต้องรอจนกว่าร้านจะปิดนั่นแหละ...ยามาโมโตะ”
....
.......
...........
.
.
..
….
To Be Continuous..
เจ็บ!
เมื่อวันก่อนไปเที่ยวกับเพื่อนค่ะ แล้วบังเอิญโดมอยากเป็นคนขับรถมอเตอร์ไซด์ทั้งที่ยังขับไม่ค่อยแข็งอ่านะ (เค้าอยากฝึกนี่นา~)
โดมขี่คนเดียวไปสองรอบ โชคดีเหลือเกินค่ะที่เพื่อนไม่ได้นั่งซ้อนท้ายมา ไม่งั้น..คงได้ซวยไปพร้อมกับโดมนั่นแหละ นั้นก็เพราะ..โดมขับตกคูแถวนั้น รถเลยล้ม!!!
ตอนนี้เลยมีรอยแผลจารึกอยู่บนหัวเข่าขนาดบะเบิ่มอยู่แผลหนึ่ง หลังมืออีกหนึ่ง บอกได้คำเดียวว่าเจ็บค่ะ!
พอไปงานสัปดาห์หนังสือ (วันสุดท้ายพอดีเลย) เลยต้องเดินโขยกเขยก น่าเกลียดมากมาย อาทิตย์หน้าตอนแรกว่าจะไปเที่ยวต่อให้หนำใจก่อนจะเปิดเรียน เลยกลายเป็นว่า โดมขอเก็บตัวอยู่บ้านรอให้แผลหายก่อนดีกว่า เศร้าอ่ะ.. T^T
เจอกันครั้งหน้า ในไม่ช้า..
edit @ 25 Oct 2009 22:53:45 by ♣Snow•Dome♠


ไหนจะฟิคนั้นอีก
โดมม~ เค้าอยากอ่าน 1859 เเบบ SM อ่า~~
ฮึกๆ ทำไม 1859 มันหายากหยั่งเน้~!
โฮรกกกกก~!!!!!!! (ปลดปล่อย)
#1 By [+Funny_Jang+] on 2009-10-26 12:31